<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังกางมาตรการอุ้มSMEโต้หญิงหน่อย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 ต.ค. 2563 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลดูแลผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จากการแชร์ข้อมูลของคุณหญิงสุดารัตน์ &amp;nbsp;เกยุราพันธุ์ ในสื่อโซเชียลมีเดีย ที่ระบุว่า มาตรการของรัฐบาลในปัจจุบัน เช่น ซอฟท์โลน 500,000 ล้านบาท ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังมีเอสเอ็มอี กว่า 90% เข้าไม่ถึง และขอให้รัฐบาลเร่งดูแลธุรกิจเอสเอ็มอี ตั้งกองทุนเอสเอ็มอี เพื่อให้สินเชื่อกับผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่อยู่ในระบบธนาคารพาณิชย์ ว่า ปัจจุบันรัฐบาลได้มีมาตรการด้านการเงินเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่เอสเอ็มอี ตาม พ.ร.ก. ซอฟท์โลนของ ธปท. ซึ่ง โดยแบ่งการให้ความช่วยเหลือได้ ดังนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.มาตรการสินเชื่อเพิ่มเติม วงเงินรวม 500,000 ล้านบาท โดย ธปท. ให้สถาบันการเงินกู้ยืมในอัตรา0.01% ต่อปี เพื่อให้สถาบันการเงินปล่อยกู้ให้แก่เอสเอ็มอี ที่มีวงเงินสินเชื่อรวมไม่เกิน 500 ล้านบาท วงเงินไม่เกิน 20% ของยอดสินเชื่อคงค้างของลูกหนี้ ณ สิ้นเดือน ธ.ค. 2562 คิดดอกเบี้ย 2% ต่อปี เป็นเวลา 2 ปี โดยเอสเอ็มอี ไม่ต้องชำระดอกเบี้ยใน 6 เดือนแรก และ 2. การพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยให้กับเอสเอ็มอี ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2562 เพื่อให้เอสเอ็มอี ไม่ต้องมีภาระในการชำระหนี้แก่สถาบันการเงินเป็นระยะเวลา 6 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีมาตรการจากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ดำเนินโครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS Soft Loan พลัส วงเงินค้ำประกัน 57,000 ล้านบาท โดย บสย. ค้ำประกันสินเชื่อให้กับเอสเอ็มอี ที่มีคุณสมบัติตาม พ.ร.ก. ซอฟท์โลน คิดอัตราค่าธรรมเนียม 1.75% ต่อปี ระยะเวลาค้ำประกัน 8 ปี โดยเริ่มค้ำประกันและเก็บค่าธรรมเนียมในต้นปีที่ 3 นับจากวันที่ได้รับสินเชื่อตาม พ.ร.ก. ซอฟท์โลน เพื่อให้สถาบันการเงินมีความมั่นใจในการปล่อยสินเชื่อให้เอสเอ็มอีเพิ่มขึ้น และสามารถปล่อยสินเชื่อในแก่เอสเอ็มอีได้ยาวขึ้น ทำให้เกิดความคล่องตัวในการอนุมัติสินเชื่อ และให้เอสเอ็มอีสามารถเข้าถึงสินเชื่อตาม พ.ร.ก. ซอฟท์โลน ได้อย่างทั่วถึงและเพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้ง รัฐบาลยังได้ดำเนินมาตรการด้านการเงินเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอี ผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ดังนี้ 1. ธนาคารออมสินดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำวงเงินรวม 20,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเอสเอ็มอีทั่วไปและเอสเอ็มอีในธุรกิจท่องเที่ยวกลุ่มละ 10,000 ล้านบาท โดยธนาคารออมสินให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงิน ดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี และสถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อต่อให้เอสเอ็มอี วงเงินไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อราย ดอกเบี้ย 2% ต่อปี เป็นเวลา 2 ปี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยธนาคารออมสินจะปล่อยสินเชื่อให้เอสเอ็มอี โดยตรงจำนวน 3,000 ล้านบาท และยังมีโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับเอสเอ็มอีขนาดเล็กในธุรกิจท่องเที่ยวและ Supply Chain วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท วงเงินไม่เกิน 500,000 บาทต่อราย ดอกเบี้ย 3.99% ต่อปี ระยะเวลากู้ 5 ปี ปลอดชำระเงินต้น 1 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ดำเนินโครงการสินเชื่อ Extra Cash วงเงิน 10,000 ล้านบาท สำหรับเอสเอ็มอีขนาดย่อมทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลในธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด -19 วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 3 ล้านบาท ดอกเบี้ย 3% ต่อปี ใน 2 ปีแรก ระยะเวลากู้ 5 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. บสย. ดำเนินโครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS ระยะที่ 8 วงเงิน 10,000 ล้านบาท โดย บสย. ค้ำประกันสินเชื่อให้กับเอสเอ็มอีทั่วไป วงเงินไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อราย ในอัตราค่าธรรมเนียม 1.75% ต่อปี ค้ำประกัน 10 ปี4. รัฐบาลยังมีโครงการช่วยเหลือเอสเอ็มอีรายย่อย ผ่านกองทุน สสว. โดยให้สินเชื่อแก่เอสเอ็มอีทั่วไป รวมถึงธุรกิจท่องเที่ยวและที่เกี่ยวเนื่อง วงเงินต่อรายไม่เกิน 3 ล้านบาท ดอกเบี้ย 1% ต่อปี ระยะเวลากู้ 7 ปี ปลอดชำระเงินต้น 1 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังได้ร่วมกับสมาคมสถาบันการเงินของรัฐจัดทำเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงิน.com และ ธปท. ได้จัดทำเว็บไซต์ www.bot.or.th/covid19 เพื่อรวบรวมมาตรการด้านการเงินของสถาบันการเงินในการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด- 19 ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงข้อมูลและมาตรการช่วยเหลือดังกล่าวได้อย่างรวดเร็วขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กระทรวงการคลังได้มีติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตลอดจนแก้ไขปัญหาข้อติดขัดในการดำเนินมาตรการต่าง ๆ และพร้อมที่จะออกมาตรการที่เหมาะสมมาดูแลเศรษฐกิจไทยได้อย่างทันการณ์ต่อไป&amp;rdquo; สศค. ระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79758</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์, ศูนย์สินเชื่อเอสเอ็มอี, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181030/image_big_5bd7c51b9b7d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2020 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2020 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจ๊หน่อย&#039;ได้ทีขย่ม!พรก.ฉุกเฉิน มีไว้ควบคุมเฉพาะคนไทยเท่านั้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 &amp;nbsp;ก.ค.63 - &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่าน ทวิตเตอร์
Sudarat Keyuraphan @sudaratofficial ว่า การ์ดห้ามตก &amp;nbsp;คนไทยเดินทางกลับบ้าน ต้องกักตัว 14 วัน แต่VIP. ต่างชาติไม่ต้องกักตัว แถมเดินทางไปได้ทั่ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนป่านนี้ยังไม่มีใคร หรือหน่วยงานไหน ออกมารับผิดชอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;ทหารก็บอกปัด&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตกลงใครอนุญาตให้คนเหล่านี้เข้าประเทศ โดยไม่ต้องกักตัว&amp;nbsp;
หรือ #พรกฉุกเฉิน มีไว้ควบคุมเฉพาะคนไทยเท่านั้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71394</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, คุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์, ทหารอียิปต์, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191002/image_big_5d947c44037bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2020 08:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2020 08:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจ๊หน่อย&#039;จะไม่ยอมให้รัฐบาล&#039;ตีเช็คเปล่า&#039;เงินกู้1.9 ล้านล้านไปใช้อย่างไม่โปร่งใส ฉะนั้นต้องเปิดสภาฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.63- คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;nbsp;เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท เป็นการกู้สูงสุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย เพื่อไทยจะไม่ยอมให้เป็นการ &amp;quot;ตีเช็คเปล่า&amp;quot; ให้รัฐบาลไปใช้อย่างไร้ประสิทธิภาพและไม่โปร่งใส เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท ต้องใช้เพื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) เยียวยาความเดือดร้อนประชาชนจากการที่รัฐบาลสั่งปิดกิจการต่างๆอย่างทั่วถึง รวดเร็ว
2) ลดความเสียหายทางธุรกิจ และฟื้นฟูเศรษฐกิจที่เสียหายจาก COVID 19
3) ลงทุนเพื่อธุรกิจสำหรับอนาคต หลัง COVID19 โดยการสร้าง&amp;rdquo;โครงสร้างพื้นฐาน &amp;ldquo;(Infrastructure) เพื่อรับการเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตและการทำธุรกิจ ที่จะเป็น New Normal เพื่อพลิกวิกฤตครั้งนี้ ให้เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ให้คนไทยให้ได้ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข
.......................................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่รัฐบาลแก้ปัญหา COVID 19 ด้วยการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาทนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องทำด้วยความระมัดระวังที่สุด เพราะเป็นการกู้ในจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ทุกบาทเป็นเงินกู้ ที่คนไทยทุกคนต้องเป็นผู้รับภาระในการใช้หนี้อีกยาวนานชั่วลูกชั่วหลาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งแรกที่พลเอกประยุทธ์ควรทำคือ ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นเร่งด่วน จากงบปี 63-64 ก่อน แต่รัฐบาลไม่ได้ใช้ความพยายามในการตัดงบ ถึงแม้รัฐบาลจะออกข่าวว่า ได้ปรับลดงบประมาณแล้ว แต่เป็นการออกข่าวเพื่อลดแรงเสียดทานทางสังคมลงเท่านั้น เพราะว่ายอดที่ปรับลดลงมานั่นน้อยมาก และรัฐบาลไม่มีการยืนยันกับประชาชนว่า จะปรับลดยอดเงินกู้ลงเลยแม้แต่บาทเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เท่ากับว่าการปรับงบประมาณ คือการย้ายเงินเก่า จากกระเป๋าซ้ายไปเข้ากระเป๋าขวาเท่านั้น ส่วนเงินใหม่รัฐบาลยังคงกู้มาเต็มจำนวน 1.9 ล้านล้านบาทเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกู้เงินครั้งนี้ถือเป็นเดิมพันครั้งสำคัญที่สุด หากใช้เงินกู้ได้ถูกยุทธศาสตร์ นอกจากจะสามารถแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดกับพี่น้องประชาชนได้แล้ว ยังจะเป็นการพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศให้กลับมาเป็นเสือของเอเซีย เหมือนในอดีตที่พรรคไทยรักไทยเคยทำสำเร็จมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันเห็นว่า เงินกู้จำนวนดังกล่าวควรถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์สำคัญ 3 ประการ กล่าวคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เพื่อการเยียวยาประชาชนอย่างเร่งด่วนและทั่วถึง โดยรัฐบาลได้กู้เงินมาเพื่อใช้จ่ายในการนี้จำนวน 6 แสนล้านบาท จากวงเงินดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลมีเม็ดเงินมากพอที่จะดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึงและเพียงพอต่อการดำรงชีพ แต่กลับปรากฏว่ามีพี่น้องประชาชนต้องฆ่าตัวตาย เพราะการเยียวยาที่ไม่ทั่วถึงและล่าช้า ซึ่งเกิดจากการบริหารแบบรัฐราชการที่ไม่มีประสิทธิภาพ สร้างเงื่อนไขที่ยุ่งยากกับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันจึงเรียกร้องให้รัฐบาลปรับปรุงวิธีการ ให้การเยียวยาเป็นไปโดยทั่วถึง เพียงพอต่อการดำรงชีพและทำด้วยความรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ใช้เพื่อลดความเสียหายทางเศรษฐกิจ โดยดูแลธุรกิจและระบบเศรษฐกิจไม่ให้ล่มสลาย เพื่อไม่ให้เกิดการเลิกจ้าง รวมทั้งต้องลดภาระภาคธุรกิจ โดยการพักชำระหนี้ ซึ่งรัฐบาลได้ใช้ พ.ร.ก.เงินกู้ จำนวน 400,000 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ /พ.ร.ก.ให้ ธปท. กู้เงิน 500,000 ล้าน เพื่อดูแลธุรกิจเอสเอ็มอี และ พ.ร.ก.ให้ ธปท. กู้เงินจำนวน 400,000 ล้านบาท เพื่อดูแลหุ้นกู้ของเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการใช้เงินจำนวนดังกล่าวนี้ ดิฉันขอเรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำแผนการใช้เงินอย่างมียุทธศาสตร์ และเปิดเผยให้พี่น้องประชาชนทราบ เพื่อจะได้ช่วยกันตรวจสอบ และเสนอแนะ เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญมาก เศรษฐกิจจะ&amp;rdquo;ฟื้น&amp;rdquo;หรือ&amp;rdquo;ฟุบ&amp;rdquo;
ก็ขึ้นอยู่กับการใช้เงินกู้ก้อนนี้ให้ถูกจุด มีประสิทธิภาพและโปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ใช้เพื่อในการลงทุนสร้าง &amp;rdquo;โครงสร้างพื้นฐาน&amp;rdquo;ให้ธุรกิจไทยในอนาคตหลัง COVID 19 ซึ่งบริบทการใช้ชีวิตของผู้คน และการประกอบธุรกิจจะเปลี่ยนไปหมด ที่เราเรียกว่า New Normal ที่ต้องให้ความสำคัญกับสุขภาพและความสะอาด (Health &amp;amp; Hygienity) การใช้ชีวิต และการทำงานที่เปลี่ยนไป ใช้ออนไลน์ และเทคโนโลยีต่างๆ มากขึ้น ให้ความสำคัญกับ Work from home..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลต้องเตรียมสร้าง Infrastructure โครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ New Normal โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข ให้กับคนไทยและธุรกิจไทย ซึ่งรัฐบาลไทยต้องมีความรู้ ความเข้าใจทิศทางที่โลกจะเปลี่ยนไปอย่างแท้จริง เพื่อพลิกวิกฤตครั้งนี้ ให้เป็นโอกาสของคนไทยในการสร้างรายได้หลังวิกฤตนี้ให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความจริงแล้ว วิกฤตที่เกิดขึ้นจาก COVID 19 เราสามารถพลิกเป็นโอกาสของประเทศไทยได้ เพราะพิษ COVID 19 ได้ทำให้เศรษฐกิจของทุกประเทศในโลกพังลงพร้อมๆ กันหมด แต่การเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ทางเศรษฐกิจจึงต้องมียุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อไทยในฐานะฝ่ายค้าน จะไม่ยอมให้การกู้เงินมโหฬาร 1.9 ล้านล้านบาทครั้งนี้ เป็นเสมือนการ #ตีเช็คเปล่า โดยรัฐบาลนำไปใช้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ ไม่โปร่งใส ไม่มีวิสัยทัศน์ รวมทั้งไม่เป็นประโยชน์ต่อการกู้เศรษฐกิจไทย และช่วยคนไทยหมู่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจึงเสนอให้มีการ #เปิดประชุมสภาวิสามัญ เพื่อร่วมคิด ร่วมหาแนวทางที่ดีที่สุด ในการใช้เงินกู้จำนวนนี้มาเยียวยาประชาชน และพื้นเศรษฐกิจไทยให้ได้ รวมทั้งรัฐบาลต้องรายงานการดำเนินงานการใช้เงินกู้ให้สภารับทราบทุก 3 เดือน ให้สภาและประชาชนรับทราบผลการดำเนินงานและตรวจสอบความโปร่งใสได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64577</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200429/image_big_5ea8d3b8ba8a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63780</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2020 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2020 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจ๊หน่อย&#039;ไม่ปลื้ม5พันจากรัฐบาลหวังยาก!ย้ำทุกข์ของพี่น้องประชาชนอยู่ที่ไหนทีมงานเพื่อไทยอยู่ที่นั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
21 เม.ย.63-คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ &amp;nbsp;ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า การเยียวผู้ได้รับผลกระทบจาก Covid ต้องทั่วถึง และรวดเร็วให้ทันกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา หน่อยได้ลงพื้นที่ส่งมอบข้าวกล่อง อาหารและน้ำดื่ม เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่กำลังทุกข์ยากร่วมกับ #ทีมเพื่อไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายใต้หน้ากากผ้าที่พี่น้องประชาชนสวมอยู่ หน่อยได้เห็นแววตาที่แสดงถึงความทุกข์ความกังวลใจกับความไม่แน่นอนของชีวิตตนเอง ที่ไม่รู้ว่าจะกลับมามีงานทำ กลับมามีรายได้เมื่อไหร่ จะมีอาหารมื้อต่อไปกินหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เท่าที่หน่อยได้มีโอกาสพูดคุย แทบทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ระหว่างเงิน 5,000 บาท กับการได้มีโอกาสกลับมาทำงาน กลับมาขายของ ทำอาชีพของตน พี่น้องประชาชนอยากได้อย่างหลังมากกว่าค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายคนบอกกับหน่อยว่า พวกเขาก็ไม่อยากเบียดเบียนเงินภาษีของประชาชน ไม่อยากเป็นภาระของประเทศชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสียงสะท้อนความเดือดร้อนที่ดังแรงมากขึ้นเรื่อยๆ วันนี้ คือ เมื่อไหร่จะได้กลับไปทำมาหากิน ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5,000 บาทก็หวังยาก เพราะส่วนใหญ่ถูกปฏิเสธ เนื่องด้วย AI ของนายกฯ ประยุทธ์เปลี่ยนอาชีพให้พวกเขาเอง จนทำให้พวกเขากลายเป็นคนไม่มีสิทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือสิ่งที่หน่อย และทีมเพื่อไทย ขอเป็นตัวแทนสะท้อนเสียงคนจนให้รัฐบาลฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเพราะความหิวของคน ความทุกข์ของคน รอไม่ได้ค่ะ ต้องเร่งเยียวยาทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมเพื่อไทยในทุกจังหวัด ส.ส.ทุกคนทั้ง 136 คนได้ลงพื้นที่ดูแลความทุกข์ยากของประชาชนอย่างเต็มที่ ตัวหน่อยเองได้มีโอกาสประชุมทางออนไลน์ร่วมกับ ส.ส.เพื่อไทยหลายสิบชีวิตจากทั่วทุกมุมของประเทศ ทำให้ได้รับทราบ ความทุกข์ของพี่น้องประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาหลักของพี่น้องประชาชน
คือการช่วยเหลือเยียวยาจากภาครัฐ
ยังไม่ทั่วถึงและมีความล่าช้ามาก ไม่ทันกับความอดอยากหิวโหยของประชาชนที่ประสบภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วน สส.#ทีมเพื่อไทย พวกเราร่วมใจออกไปทำงานอย่างหนักและเต็มที่ เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องให้ได้มากที่สุด ลงมือทำทันที คนละไม้ คนละมือ ตามศักยภาพที่มี เพราะเมื่อลงไปในแต่ละพื้นที่ เราสัมผัสได้อยู่เสมอถึงความทุกข์ของพี่น้องประชาชนที่รุนแรงและสาหัสมาก เป็นทุกข์ที่สั่งสมมาตั้งแต่ปัญหาภัยแล้ง ฝุ่นควันพิษ วิกฤติเศรษฐกิจ และมาถูกซ้ำเติมอีกระลอกใหญ่ด้วยวิกฤติ COVID-19 ครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และขอย้ำอีกครั้ง...ทุกข์ของพี่น้องประชาชนอยู่ที่ไหน พวกเราทีมทำงานพรรคเพื่อไทยจะรีบเข้าไปที่นั่นโดยทันที เพราะทุกข์ของพี่น้องก็คือทุกข์ของพวกเราพรรคเพื่อไทยค่ะ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63780</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, ความหิวรอไม่ได้, คุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์, ทีมเพื่อไทย, เงินเยียวยาโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9e567f9f99c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2020 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2020 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุดารัตน์&#039;มีความห่วงใยที่สุด!ถ้าเราเป็นรัฐบาลจะตัดงบฯซื้ออาวุธเยียวยาคนจน บ่นเป็นห่วงคอร์รัปชั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
20 เม.ย.63- คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความว่า 4 มาตรการ ทำทันที!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปรับงบปี 63,64 ใหม่ ก่อนการกู้เงิน 1.9 ล้านๆบาท เพื่อลดเพดานการกู้ให้เหลือไม่ถึง1 ล้านๆ ลดภาระภาษีประชาชน-เร่งเยียวยาผู้เดือดร้อน-ฟื้นพลัง SMEs กระตุ้นการจ้างงาน-เปิดธุรกิจ เปิดการทำมาหากิน แบบมีข้อบังคับทางสาธารณสุข&amp;rdquo; ทำทันที เติมกำลังใจคนไทย สู้ภัยโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลกำลังดำเนินการออกพรก.เงินกู้จำนวน 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นการกู้ เงินที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งดิฉันในฐานะประธานกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย จึงมีความห่วงใยที่สุดใน 2 ประการ คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ดิฉันเห็นด้วยและสนับสนุนให้รัฐบาลใช้เม็ดเงินจำนวนมาก ในการเยียวยาประชาชนผู้เดือดร้อนให้ทั่วถึง และฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยเร็ววัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ที่ดิฉันทวงติงด้วยความห่วงใยอย่างที่สุด คือรัฐบาลไม่ควรจะเลือกใช้วิธีง่ายๆ โดยการคิดกู้เพียงอย่างเดียวทั้งจำนวน 1.9 ล้านล้านบาท แต่ควรใช้วิธีปรับงบประมาณรายจ่ายที่ไม่จำเป็นเร่งด่วนของงบประมาณปี 2563 และ 2564 ออกไปก่อน เพื่อให้เหลือเป็นภาระการกู้เงินให้น้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะการกู้เงินจำนวนสูงถึง 1.9 ล้านๆบาท จะเป็นภาระให้ประชาชนและลูกหลานไทยจะต้องใช้หนี้ไปอีกนานทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ดิฉันปรารถนาที่จะเห็นการใช้เม็ดเงินจำนวนมหาศาลนี้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนได้ทั่วถึง และใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ให้ได้ผลดีต่อเศรษฐกิจของคนส่วนใหญ่อย่างแท้จริง อย่างทั่วถึงเป็นธรรม โดยปราศจากการแสวงหาผลประโยชน์เพื่อคนบางกลุ่ม และการทุจริตคอรัปชั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีหลายคนถามว่า #ถ้าเพื่อไทยเป็นรัฐบาล เราจะช่วยเหลือประชาชนและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในวิกฤติครั้งนี้อย่างไร
ถ้าเราเป็นรัฐบาล เราจะเร่งดำเนินการดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) &amp;ldquo;ตัดงบประมาณปี 63 ที่มีสูงถึง
3.2 ล้านล้านบาท ที่ไม่จำเป็นออกไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งการซื้ออาวุธ , สร้างตึกใหม่, ซื้อรถใหม่, อบรมสัมมนา ฯลฯ ตัดให้ได้ 10-15% เราก็จะได้เงิน 3-5 แสนล้านบาท มาเยียวยาประชาชน 2 กลุ่ม ได้โดยไม่ต้องกู้ คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- กลุ่มประชาชนที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด 20 ล้านคน เดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน รวมใช้เงิน 3 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- เกษตรกรรายย่อย 5 ล้านครัวเรือน ที่ประสบภัยแล้งและโควิด-19 ครอบครัวละ 35,000 บาท รวมใช้เงินอีก 1.75แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวม 2 รายการ ใช้เงินจำนวน 4.75 แสนล้านบาท สามารถจ่ายให้ประชาชนได้โดยยังไม่ต้องกู้ ส่วนการปรับลดงบประมาณที่ต้องเสนอเป็นกฎหมาย พรรคเพื่อไทยก็พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ และหากจะต้องจ่ายเงินประชาชนในทันทีก็สามารถทำข้อตกลงกับสถาบันการเงินให้จ่ายประชาชนไปพลางก่อนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากรัฐบาลไม่สามารถตัดงบประมาณปี 2563 และ 2564 ได้ หรือตัดได้น้อยกว่าที่ควรจะทำได้ ก็ควรจะต้องมีคำชี้แจงต่อประชาชน ให้ทราบว่าเหตุใดรัฐบาลจึงไม่สามารถตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็นเร่งด่วนในส่วนนี้ออกไปได้ เพื่อนำเงินมาแก้ไขปัญหาวิกฤติของชาติก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) &amp;ldquo;เร่งพิจารณาโครงการเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs &amp;rdquo;
ในวงเงิน 500,000 ล้านบาท ตามที่รัฐบาลเสนอซึ่งเพื่อไทยเห็นด้วย และสนับสนุน แต่ต้องหามาตรการช่วยเหลือ SMEs รายย่อยที่อยู่นอกระบบเป็นจำนวนมากด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะถ้าฟื้นพลังของพี่น้อง SMEs ได้ จะกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระบบอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งต้องนำไปช่วย Sector การส่งออก และการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้ฟื้นกลับคืนมาโดยเร็ววันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกโครงการที่พรรคเพื่อไทยเห็นด้วยอย่างยิ่ง คือโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ ในวงเงินที่รัฐบาลเสนอคือ 400,000 ล้านบาท แต่ต้องใช้ให้มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดการจ้างงานและการสร้างรายได้ใหม่ให้ประชาชนในท้องถิ่นต่างๆอย่างทั่วถึง ได้อย่างแท้จริง เราจึงจะสามารถฟื้นเศรษฐกิจของประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เงินในส่วนนี้ต้องกู้ แต่ต้องกู้เท่าที่จำเป็น ไม่ใช่กู้ทั้ง 1.9 ล้านล้านบาท โดยไม่ยอมตัดงบประมาณใดๆ หรือตัดในจำนวนน้อยมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องกู้หลังตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็นเร่งด่วนในปี 2563 และ 2564 ออกไปก่อน ซึ่งจะทำให้รัฐบาลสามารถลดวงเงินกู้ไปได้ถึงครึ่งหนึ่ง จากต้องกู้สูงถึง 1.9 ล้านล้านบาท จะเหลือกู้ไม่ถึง
1 ล้านล้านบาทได้ ซึ่งจะเป็นการลดภาระของประชาชน และลูกหลานที่ต้องเป็นผู้ชำระหนี้ก้อนนี้ต่อไปอีกยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) &amp;ldquo;เร่งเตรียมมาตรการที่จะเปิดเมืองเปิดธุรกิจ และการทำมาหากินของประชาชน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจดำเนินการได้ บนพื้นฐานความปลอดภัยของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด และ
เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่กำลังสาหัสสำหรับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันขอเรียกมาตรการนี้ว่า
&amp;ldquo;การ Reopening แบบมีข้อบังคับทางสาธารณสุข&amp;rdquo;
เพื่อความปลอดภัย ปลอดเชื้อของประชาชน และลดผลกระทบทางเศรษฐกิจไม่ให้สาหัสไปกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4) &amp;ldquo;เร่งพิจารณามาตรการผ่อนผันภาระของประชาชน และภาคธุรกิจออกไปก่อน&amp;rdquo;
ทั้งการพักชำระหนี้ทุกประเภทออกไป6 เดือน
การงดเก็บค่าน้ำค่าไฟสำหรับบ้านที่ใช้ไม่เกิน 1000 บาท/เดือน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้ง 4 มาตรการที่ดิฉันนำเสนอ เป็นสิ่งที่รัฐบาลนำไปทำได้ทันทีค่ะ นโยบายใดก็ตามที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในยามนี้ เพื่อไทยพร้อมให้การสนับสนุน พร้อมร่วมชี้แนะให้การบริหารของรัฐบาลมีประสิทธิภาพมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันเชื่อว่าในภาวะยากลำบากนี้ ต้องทำให้ความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนเบาบางลงมากที่สุด เราต้องทำให้พี่น้องประชาชนมีพลังกาย พลังใจต่อสู้กับโรคร้าย ด้วยความอิ่มปากอิ่มท้อง ไม่ใช่ทุกข์หนักอย่างทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคเพื่อไทยจะยืนหยัดช่วยเหลือพี่น้อง อยู่ตรงนี้ อยู่ที่นี่ ไม่ไปไหน จะทุ่มเททุกสรรพกำลัง และศักยภาพที่เรามีทั้งหมด ผ่อนทุกข์ให้ประชาชนให้ได้มากที่สุดเช่นกันค่ะ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63675</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, คุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์, ปรับงบฯ, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200420/image_big_5e9d06c4aa61b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2020 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2020 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจ๊หน่อย&#039;ทุบโต๊ะเปรี้ยง!&#039;บิ๊กตู่&#039;ต้องรับผิดชอบ พึ่งไม่ได้ ซักฟอกแล้วก็ยังไม่ปรับปรุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค.63- ที่พรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย นายโภคิน พลกุล รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ นายชัยเกษม นิติสิริ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ นอ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค ได้ร่วมประชุมหารือวาระพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์ แถลงภายหลังการประชุมว่า เมื่อวันที่10มี.ค.มีการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์นัดพิเศษ โดยได้พิจารณาถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งปัจจุบันเกิดวิกฤติทั้งด้านสังคม การเมือง เศรษฐกิจ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ประกอบกับที่ผ่านมา ฝ่ายค้านได้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล มีทั้งเรื่องทุจริตคอรัปชั่น ความล้มเหลว ความบกพร่อง ไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลทั้งด้านเศรษฐกิจที่แย่ลง ปัญหาการแพร่ระบาดไวรัสโควิด19 โดยมาตรการที่รัฐบาลออกมาแต่ละครั้งสับสน ไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้ประชาชนทั้งคนไทยหรือผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ หน้ากากอนามัย ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยตัวเอง มาตรการกักตัวก็ยังสับสน &amp;nbsp;จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายชัยเกษม นิติสิริ เป็นประธานติดตามตรวจสอบประเด็นหลังการอภิปราย รวบรวมเพื่อให้ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไปยื่นเอาผิดทางกฎหมายตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ วันนี้ก่อให้เกิดความเดือดร้อน ปัญหาในบ้านเมือง เป็นฟางเส้นสุดท้าย แต่ไม่ได้รับการดูแลแก้ไข ด้วยรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ ในการจัดการปัญหาใดๆเลย หลังการอภิปราย ก็ยังไม่มีการปรับปรุง เห็นแต่ความล้มเหลวในการแก้ปัญหา ประชาชนพึ่งหวังไม่ได้ มีการจัดการปัญหาผิดพลาด พล.อ.ประยุทธ์ ควรแสดงควาวมรับผิดชอบกับสิ่งที่รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาทั้งด้านเศรษฐกิจ ไวรัสโควิด19 ภัยแล้ง ให้ประชาชน ได้เลย จากวิกฤติที่เกิดขึ้นทั้งหมด พล.อ.ประยุทธ์ ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ผิดพลาด ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และขอเรียกร้องไปยังพรรคร่วมรัฐบาล การที่ยังร่วมงานกับรัฐบาลที่ไม่สามารถจัดการปัญหากับประชาชนได้นั้น ขอเรียกร้องจิตสำนึก พิจารณาว่าจะสนับสนุนรัฐบาลที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้อย่างไร ซึ่งทั้งหมดเป็นความเห็นจากคณะกรรมการยุทธศาสตร์ที่ได้มีการพูดคุยกัน&amp;rdquo;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59348</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์, ซักฟอกรัฐบาล, เจ๊หน่อย, เพื่อไทย, โคอิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200310/image_big_5e67383b1e739.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57058</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 11:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2020 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้อีสาน&#039; ชกตรงเป้า &#039;เหลิม&#039; จะซักฟอกเรื่องใดๆหารือ &#039;หน่อย&#039; หรือยัง?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.63 - นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง &amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;ระบุว่าไม่ให้ราคากลุ่มอดีต ส.ส.นอกสภาฯ ที่ตั้งวอร์รูมตอบโต้ฝ่ายค้าน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า การให้สัมภาษณ์ลักษณะสไตล์เดิมๆ ของ ร.ต.อ.เฉลิม นั้น ตนขอถามกลับ ร.ต.อ.เฉลิม ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.การอภิปรายในเรื่องใดๆ ได้มีการปรึกษาหารือกับ คุณหญิงคุณสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย แล้วหรือไม่ ระวังทำอะไรไม่ปรึกษาหารือ เดี๋ยวคุณหญิงสุดารัตน์โกรธหรือไม่พอใจจะหาว่าตนไม่เตือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การจะแถลงข่าวใดๆ ขอให้ ร.ต.อ.เฉลิม ตั้งสมาธิ สติ และการเตรียมข้อมูลให้ชัดเจน การกล่าวหาในเรื่องที่เป็นเท็จและไม่มีข้อมูล อาจถูกฟ้องร้องและดำเนินคดีทางกฎหมายได้ เป็นห่วงท่านไม่อยากให้เดินขึ้นโรงขึ้นศาลตอนอายุมากแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภรณ์ กล่าวต่อว่า 3.มี ส.ส.ในพรรคเพื่อไทยหลายคนที่ส่งข่าวมาบอกว่าอย่าไปถือสาท่านเลย เพราะท่านก็อายุมากดื่มไวน์ก็เยอะ สุขภาพก็ต้องดูแลรักษา ทุกคนห่วงใยท่าน ทางพรรคเพื่อไทยก็ไม่มีใครจะทำงานให้พรรค ต้องไปดึงท่านกลับมาใช้งานอีก ร.ต.อ.เฉลิมก็ มีสไตล์เดิมๆ ที่ทุกคนพอฟังแล้วก็หัวเราะขำกลิ้ง ไม่มีอะไรแปลกใหม่ในสำนวนโวหาร ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นแล้วก็อยากบอกว่า ท่านเฉลิมอย่าขู่เลยอย่าสร้างเรื่องเป็นเท็จ อย่าปั้นน้ำเป็นตัวเด็ดขาด อย่าเที่ยวระบายสี ตามสไตล์นักการเมืองโบราณ คุณสมบัติเฉพาะตัวของท่านประชาชนทุกคนทราบดี จึงไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์และตื่นเต้นมากกว่าเดิมเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ส่วนที่ตนตั้งวอร์รูมนอกสภาฯ คณะทำงานเตรียมข้อมูลส่งให้พรรครัฐบาล และ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีอดีตนักการเมือง 24 คน ที่มีผู้มีประสบการณ์ทางการเมืองมากมาย ซึ่งทุกคนล้วนมีประสบการณ์ตั้งแต่อยู่พรรคไทยรักไทย จนถึงพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภรณ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น คนเหล่านี้ถึงแม้ไม่ได้เป็น ส.ส.ในสภาฯ ในปัจจุบัน ล้วนแต่มีประสบการณ์มีข้อมูลของคนในพรรคมากมาย รู้ไส้รู้พุงเป็นอย่างดี กรณี ร.ต.อ.เฉลิม ไม่ให้ราคาคนเหล่านี้เพราะอยู่นอกสภาฯ ก็อยากจะถามกลับท่านเหมือนกันว่า ร.ต.อ.เฉลิม ก็อยู่นอกสภาไม่ได้อยู่ในสภาฯ เช่นกัน ราคามวยก็คงไม่ได้มีราคาอะไรมากมายที่ต้องกังวล อย่างน้อยจะได้พิสูจน์ใครมีข้อมูลของใครมากกว่ากัน ของทีมเราเป็นของจริงพิสูจน์ได้ เพราะมีหลักฐานพยาน บางเรื่องได้มีการดำเนินคดีไปแล้วมากมายหลายคดี บางคนก็ติดคุกติดตารางไปแล้วด้วย และอาจจะมีคนในพรรคเพื่อไทยบางคนเดินเข้าคุกตามไปอีก หรือไม่ก็ต้องหนีออกนอกประเทศหลังอภิปราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คณะทำงานของทีมงานเรายังยืนยันในหลักการเดิม พวกเรามีมารยาททางการเมืองเพียงพอ ถ้าทางฝ่ายค้านไม่ขุดคุ้ยขัอมูลในอดีตมาอภิปราย และได้อภิปรายอย่างสร้างสรรค์ ไม่ทำผิดข้อบังคับการประชุม ไม่ปั้นน้ำเป็นตัวสร้างหลักฐานอันเป็นเท็จ ทางคณะเราก็มีมารยาทพอที่จะไม่รื้อฝอยหาตะเข็บเรื่องราวของพวกท่านในอดีตเช่นกัน ดังนั้น ขอให้อภิปรายในขอบเขตของการทำงานในรอบ 7 เดือนที่ผ่านมาของรัฐบาลเท่านั้น อย่าทำบรรยากาศให้ประชาชนที่ฟังการอภิปรายเบื่อหน่ายการเมืองเด็ดขาด&amp;quot; นายสุภรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57058</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์, ซักฟอก, พรรคเพื่อไทย, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e44bc5c58fc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
